Translate

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

กลับมาอ่านเกณฑ์หนังสือเล่มเล็กอีกครั้ง เมื่อหลายอย่างไม่เหมือนเดิม

 


กลับมาอ่านเกณฑ์หนังสือเล่มเล็กอีกครั้ง เมื่อหลายอย่างไม่เหมือนเดิม

ฉันวางมือจากการฝึกเด็กทำหนังสือเล่มเล็กเพื่อการแข่งขันมาหลายปีแล้ว

ช่วงที่เคยฝึกเด็กอย่างจริงจัง ฉันคุ้นเคยกับเกณฑ์การแข่งขันชุดหนึ่งเป็นอย่างดี รู้ว่าต้องเตรียมอะไร ฝึกอะไร และควรจัดกระบวนการทำงานของเด็กอย่างไร จนหลายอย่างกลายเป็นความเคยชิน แม้จะไม่ได้ทำต่อเนื่องมาหลายปี ความรู้เหล่านั้นก็ยังฝังอยู่ในความทรงจำแบบเดิม ไม่เคยถูกอัปเดต

จนเมื่อกลับมาเขียนเรื่องการทำหนังสือเล่มเล็กอีกครั้ง ฉันจึงย้อนกลับไปเปิดเกณฑ์การแข่งขันปัจจุบันอ่านอย่างละเอียด และพบว่าหลายอย่างไม่เหมือนกับเกณฑ์ที่ฉันเคยใช้ฝึกเด็กเสียแล้ว

ฉันไม่อาจบอกได้ว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีใด เพราะในช่วงที่วางมือ ฉันไม่ได้ติดตามเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่กำลังจะเล่าต่อจากนี้จึงไม่ใช่การเปรียบเทียบว่า "ปีที่แล้วกับปีนี้เปลี่ยนอะไรบ้าง" แต่เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง เกณฑ์ที่ฉันเคยใช้เมื่อครั้งฝึกเด็ก กับเกณฑ์ปัจจุบันที่กลับมาอ่านอีกครั้ง

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันสะดุดตาค่อนข้างมากคือ เรื่องวัสดุที่ใช้สร้างภาพประกอบ

ในเกณฑ์ที่ฉันเคยใช้ฝึกเด็กระดับประถม ฉันคุ้นเคยกับการใช้สีไม้เป็นหลัก แต่เกณฑ์ปัจจุบันเปิดทางเลือกของวัสดุในการสร้างภาพให้กว้างขึ้นมาก การเปลี่ยนแปลงเพียงเรื่องเดียวนี้ก็ส่งผลต่อวิธีฝึกเด็กไม่น้อย เพราะสีแต่ละประเภทมีธรรมชาติต่างกัน ทั้งความเร็วในการระบาย การควบคุมสี การเก็บรายละเอียด และลักษณะของผลงานที่ได้

นั่นทำให้ฉันกลับมาคิดใหม่ว่า หากจะฝึกเด็กตามเกณฑ์ปัจจุบัน เราไม่ควรยึดติดกับ "เมื่อก่อนเคยทำอย่างไร" แต่ควรกลับไปอ่านเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่ต้น แล้วเลือกวิธีที่เหมาะกับเด็กและการแข่งขันในวันนี้

หนังสือเล่มเล็กไม่ได้มีเพียงเนื้อเรื่อง

ก่อนหน้านี้ฉันเขียนถึงการตีโจทย์ การคิดเรื่อง การสร้างตัวละคร การดำเนินเรื่อง การแก้ไขต้นฉบับ ไปจนถึงการแบ่งเรื่องออกเป็นหน้าต่าง ๆ มาแล้ว

แต่เมื่อเรื่องเขียนเสร็จ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อไปไม่ใช่แค่ "เรื่อง" อีกต่อไป

เรากำลังจะทำให้เรื่องหนึ่งเรื่องกลายเป็น หนังสือหนึ่งเล่ม

หนังสือเล่มเล็กสำหรับการแข่งขันมีองค์ประกอบที่ต้องจัดวางให้ถูกต้อง ตั้งแต่ปกหน้า ปกใน คำนำ เนื้อเรื่องและภาพประกอบ หน้าผู้จัดทำ ไปจนถึงปกหลัง โดยส่วนเนื้อเรื่องและภาพประกอบก็มีจำนวนหน้ากำหนดตามระดับชั้นอีกด้วย

เรื่องเหล่านี้เมื่ออ่านในเกณฑ์อาจดูไม่ซับซ้อน แต่จากประสบการณ์ ฉันพบว่าคนที่เพิ่งเริ่มทำมักมีคำถามตามมาเสมอ เช่น

  • ปกหน้ากับปกในต่างกันอย่างไร?
  • หน้าไหนเริ่มนับเป็นหน้าเนื้อเรื่อง?
  • หน้าที่มีแต่ภาพ ไม่มีข้อความ นับหรือไม่?
  • ถ้าวาดภาพต่อเนื่องกันสองหน้า จะนับอย่างไร?

เกณฑ์ปัจจุบันระบุไว้ชัดเจนว่า การนับหน้าเริ่มจากหน้าแรกของเนื้อเรื่อง หน้าที่มีภาพประกอบอย่างเดียวโดยไม่มีข้อความก็ยังนับเป็นหน้า และภาพที่ต่อเนื่องกันสองหน้าก็นับเป็นสองหน้าเช่นกัน

ดังนั้น ก่อนจะพาไปลงมือทำหนังสือจริง ฉันคิดว่าการทำความเข้าใจ "โครงสร้างของหนังสือทั้งเล่ม" ให้เห็นภาพตรงกันเสียก่อนเป็นเรื่องสำคัญ

และนี่คือสิ่งที่ฉันกำลังเตรียมทำเป็นตัวอย่างให้ดูในบทความต่อไป

ความประณีตของรูปเล่มสำคัญแค่ไหน

เมื่อครั้งที่ฉันฝึกเด็กแข่งขัน ฉันไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะการเขียนเรื่องหรือการวาดภาพเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับ รูปเล่ม มากพอสมควรเช่นกัน

เหตุผลง่าย ๆ คือ ก่อนที่ใครสักคนจะได้อ่านเนื้อหาข้างใน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้า

หนังสือที่สะอาด เรียบร้อย ประณีต และมีรูปแบบน่าสนใจ ย่อมสร้าง ความประทับใจแรก ได้ บางเล่มเพียงเห็นก็ทำให้อยากหยิบขึ้นมาดู อยากเปิด อยากรู้ว่าเด็กทำอย่างไร

ในทางจิตวิทยามีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Halo Effect คือเมื่อเราประทับใจคุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างหนึ่ง ความรู้สึกเชิงบวกนั้นอาจส่งผลต่อการรับรู้ส่วนอื่น ๆ ของสิ่งนั้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่ากรรมการจะให้ "คะแนนพิเศษนอกเกณฑ์" เพียงเพราะหนังสือทำยากหรือดูสวย เพราะการตัดสินย่อมต้องอาศัยเกณฑ์ที่กำหนดไว้เป็นหลัก

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ความประณีตของรูปเล่มไม่ได้อยู่นอกเกณฑ์เสียทีเดียว การประเมินมีทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งครอบคลุมรูปแบบ ปก ตัวอักษร และการจัดหน้า รวมถึงมีคะแนนด้านการจัดทำรูปเล่มโดยตรงอยู่แล้ว

ดังนั้น สิ่งที่ฉันเคยให้เด็กฝึกจึงไม่ใช่การ "ทำให้ยากเพื่อให้ได้คะแนนเพิ่ม" แต่เป็นการทำให้เด็กสร้างหนังสือที่ถูกต้องตามเกณฑ์ พร้อมกับมีความประณีตและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

จากแบบพื้นฐาน สู่รูปเล่มที่ใช้ในการแข่งขันจริง

ก่อนจะพาไปดูวิธีเข้าเล่มที่ฉันเคยใช้ในการแข่งขันจริง ซึ่งค่อนข้างซับซ้อน ฉันจะเริ่มจากวิธีพื้นฐานก่อน นั่นคือ การเข้าเล่มแบบมุงหลังคา

ฉันจะทำเป็นหนังสือจำลองให้ดูทั้งเล่ม เริ่มตั้งแต่กระดาษเปล่า การพับ การกำหนดหน้า การวางปกหน้า ปกใน คำนำ หน้าเนื้อเรื่อง หน้าผู้จัดทำ และปกหลัง รวมถึงนำเรื่องตัวอย่างมาแบ่งลงในแต่ละหน้า กำหนดบริเวณสำหรับข้อความและภาพประกอบ แล้วประกอบทั้งหมดกลับมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม

ตัวอย่างนี้จะยังไม่เน้นความสวยงามของการวาดภาพหรือการลงสี เพราะสิ่งที่อยากให้เห็นก่อนคือ โครงสร้าง

  • เมื่อกางออก หน้าต่าง ๆ อยู่ตรงไหน?
  • เมื่อพับกลับ หน้าต่าง ๆ เรียงกันอย่างไร?
  • หน้าใดนับ หน้าใดไม่นับ?
  • องค์ประกอบใดควรอยู่ก่อนหรือหลัง?

เมื่อเข้าใจแบบพื้นฐานจนเห็นหนังสือทั้งเล่มแล้ว หลังจากนั้นฉันจึงจะพาไปดู วิธีเข้าเล่มอีกแบบหนึ่งที่ฉันเคยใช้ฝึกเด็กสำหรับการแข่งขันจริง

วิธีนั้นยากกว่า ต้องอาศัยการฝึกฝนและความแม่นยำมากกว่า แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีลักษณะของรูปเล่มที่แตกต่างออกไป

ถึงตอนนั้นค่อยมาตัดสินกันว่า วิธีที่ยากกว่า จำเป็นต้องดีกว่าเสมอไปหรือไม่ และเด็กของเราควรเลือกวิธีใด

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันไม่ได้วัดว่าใครเลือกวิธีที่ยากที่สุด แต่ดูว่าเด็กสามารถนำความคิด เรื่องราว ภาพประกอบ และทักษะการทำหนังสือทั้งหมด มาประกอบกันจนกลายเป็นผลงานที่สมบูรณ์ได้มากน้อยเพียงใด

และก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราจะเริ่มจากสิ่งง่ายที่สุดก่อน

กระดาษเปล่าไม่กี่แผ่น จะกลายเป็นหนังสือเล่มเล็กที่มีองค์ประกอบครบถ้วนได้อย่างไร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ใช้คำสุภาพนะคะ

ถูกอกถูกใจกดไลท์กดแชร์นะคะ \^_^/