แบ่งงานเด็ก 3 คนอย่างไร ให้หนังสือทั้งเล่มไปในทิศทางเดียวกัน
การทำหนังสือเล่มเล็กเป็นงานของทีม เด็ก 3 คนต้องช่วยกันตั้งแต่คิดเรื่อง เขียนเรื่อง วาดภาพ ระบายสี ไปจนถึงประกอบเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม แต่การทำงานเป็นทีมไม่ได้แปลว่าต้องแบ่งตายตัวว่าใครเขียน ใครวาด หรือใครระบายสีตั้งแต่ต้นจนจบ
จากประสบการณ์ของฉัน ก่อนแบ่งหน้าที่ สิ่งที่ควรทำก่อนคือ ทำความรู้จักความสามารถและความถนัดของเด็กแต่ละคนให้ดีเสียก่อน
ทุกคนต้องทำได้ แต่แต่ละคนควรมีจุดเด่นของตัวเอง
ตอนฝึก ฉันให้เด็กทุกคนเรียนรู้และฝึกทักษะทุกด้าน ทั้งคิดเรื่อง เขียน วาดภาพ ระบายสี วัด ตัด และประกอบเล่ม
เหตุผลคือในวันทำงานจริง เราแยกงานกันเด็ดขาดแบบ "นี่ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน" ไม่ได้ เมื่อคนหนึ่งยังทำไม่เสร็จ อีกคนต้องเข้าไปช่วยได้ทันที
หลักของฉันจึงเป็นแบบนี้
ทุกคนต้องทำได้ทุกอย่าง แต่แต่ละคนควรรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดีที่สุด
ยิ่งฝึกไปเรื่อย ๆ จุดเด่นของเด็กแต่ละคนจะยิ่งชัดขึ้น
- บางคนมือนิ่ง วัดและตัดกระดาษได้แม่นยำ
- บางคนลายมือสวย เขียนข้อความได้เรียบร้อย
- บางคนร่างภาพเก่ง วางตัวละครได้รวดเร็ว
- บางคนลงเส้นได้สะอาด
- บางคนระบายสีสม่ำเสมอและรวดเร็ว
- บางคนละเอียดมาก เหมาะกับการเก็บงานช่วงท้าย
ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่าใคร แต่บอกว่า แต่ละคนมีตำแหน่งที่ช่วยให้ทีมทำงานได้ดีที่สุด
อย่าแบ่งหน้าที่จากสายตาครูเพียงฝ่ายเดียว
แม้ครูจะมองออกว่าเด็กคนไหนทำอะไรได้ดี แต่ฉันจะไม่ใช้สิ่งที่ตัวเองเห็นเป็นคำตัดสินฝ่ายเดียว
เด็กต้องมีสิทธิ์บอกด้วยว่า เขาถนัดอะไร ชอบทำอะไร และคิดว่าตัวเองทำอะไรได้ดีที่สุด
บางครั้งสิ่งที่ครูเห็นกับสิ่งที่เด็กรู้สึกอาจไม่ตรงกัน เราจึงต้องคุยกันเพื่อหาจุดที่ลงตัวระหว่างสิ่งที่ครูสังเกตเห็นกับความถนัดและความต้องการของเด็ก
การแบ่งหน้าที่จึงไม่ควรเป็นคำสั่งอย่าง
"เธอวาดเก่ง เธอต้องวาด"
แต่ควรเป็นการชวนคุยว่า
"ตรงนี้เธอทำได้ดีนะ อยากรับส่วนนี้ไหม"
เมื่อเด็กมีส่วนร่วมในการเลือก เขาจะรู้สึกว่างานนั้นเป็นความรับผิดชอบของตัวเอง ไม่ใช่งานที่ครูสั่งมา
Storyboard ช่วยให้เด็ก 3 คนทำหนังสือเล่มเดียวกัน
ก่อนเริ่มงานจริง เรามี Storyboard เป็นแผนอยู่แล้วว่าแต่ละหน้าเล่าเหตุการณ์อะไร มีข้อความส่วนไหน และควรมีภาพประกอบแบบใด
ตรงนี้สำคัญมากสำหรับการทำงานเป็นทีม เพราะแม้เด็ก 3 คนจะทำงานพร้อมกันคนละส่วน แต่ทุกคนยังเดินตามแผนเดียวกันอยู่
เมื่อแบ่งหน้ากระดาษออกมาแล้ว เราไม่จำเป็นต้องรีบประกอบเป็นเล่ม แต่แยกแต่ละหน้าให้เด็กลงมือทำพร้อมกันได้เลย
ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งกำลังเขียนข้อความลงในหน้าที่กำหนด อีกคนร่างภาพของหน้าถัดไป ขณะที่อีกคนอาจกำลังวัดหรือตัดกระดาษ เตรียมวัสดุ หรือรับงานต่อจากส่วนที่เพื่อนทำเสร็จแล้ว
จึงไม่ต้องรอให้คนหนึ่งทำงานทั้งหมดเสร็จก่อน อีกคนจึงค่อยเริ่ม
ทำงานแบบส่งต่อ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำคนละเล่ม
วิธีที่ฉันใช้คือแบ่งงานเป็นขั้นตอน แล้วให้เด็กส่งต่องานกันตามความถนัด
สมมติคนที่ร่างภาพเก่งที่สุดร่างไว้หลายหน้าก่อน พอร่างหน้าหนึ่งเสร็จก็ส่งให้อีกคนลงเส้นหรือลงสีต่อ ตัวเองขยับไปร่างหน้าถัดไป
คนที่ลายมือสวยรับหน้าที่เขียนเนื้อเรื่องตามที่ Storyboard กำหนด เขียนเสร็จแล้วก็เข้าไปช่วยลงสีหรือเก็บรายละเอียดส่วนอื่นต่อได้
ส่วนคนที่วัดและตัดกระดาษแม่น รับผิดชอบงานที่ต้องการความเที่ยงตรงเป็นหลัก แต่ช่วงไหนยังไม่มีงานตัด ก็ช่วยระบายสีหรือทำส่วนอื่นแทนได้
งานจึงเคลื่อนไปพร้อมกันตลอด
ร่าง → ส่งต่อ → ลงเส้น → ลงสี → เก็บรายละเอียด
ขณะเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งก็อาจกำลังเขียน วัด ตัด หรือเตรียมขั้นตอนถัดไปควบคู่กันไป
วิธีนี้ต่างจากการแบ่งว่า "สามคนรับผิดชอบคนละหลายหน้าแล้วต่างคนต่างทำจนจบ" เพราะแบบนั้นมีโอกาสทำให้หนังสือออกมาคล้ายงานสามชุดที่เอามารวมกัน
สิ่งที่เราต้องการคือ เด็กสามคนช่วยกันสร้างหนังสือเล่มเดียว
ความเป็นทีมเกิดขึ้นจากการฝึก
ช่วงแรกครูอาจต้องช่วยจัดระบบ ใครเริ่มตรงไหน งานไหนควรส่งต่อให้ใคร ใครกำลังว่าง ใครควรเข้าไปช่วย และขั้นตอนไหนกำลังใช้เวลามากเกินไป
แต่เมื่อฝึกด้วยกันบ่อยเข้า เด็กจะค่อย ๆ รู้จักทั้งตัวเองและเพื่อนมากขึ้น รู้ว่าใครเขียนเร็ว ใครวาดรูปนี้ได้ดีกว่า ใครควรจัดการงานละเอียด ใครตัดกระดาษแม่น และเมื่อไรควรเข้าไปช่วยเพื่อน
เมื่อฝึกจนถึงระดับชำนาญ ครูแทบไม่ต้องคอยบอกทุกขั้นตอนอีกต่อไป เด็กจะเริ่มจัดตำแหน่งของตัวเองได้ และบางครั้งแบ่งงานกันเองได้อย่างเป็นระบบ
ตรงนี้เองที่ฉันมองว่าเป็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของการฝึกทีม
ครูเป็นผู้ฝึก แต่ทีมต้องเป็นของเด็ก
ในช่วงฝึก ครูมีหน้าที่สังเกต ช่วยวางระบบ และทำให้เด็กมองเห็นจุดเด่นของตัวเอง แต่เมื่อถึงวันแข่งขัน คนที่ต้องทำงานร่วมกันจริง ๆ คือเด็กทั้งสามคน
เป้าหมายจึงไม่ใช่การสร้างทีมที่ทำงานดีเฉพาะตอนครูคอยบอก แต่คือการฝึกจนเด็กคิดและจัดการงานของตัวเองได้
สุดท้ายแล้ว การแบ่งงานที่ดีไม่ใช่การกำหนดตายตัวว่า
คนที่ 1 เขียน คนที่ 2 วาด คนที่ 3 ระบายสี
แต่คือการทำให้เด็กทั้งสามคน ทำได้ทุกอย่าง รู้ว่าตัวเองเด่นตรงไหน รู้ว่าเพื่อนเด่นตรงไหน และรู้ว่าเมื่อไรควรรับงานหรือส่งต่องานให้กัน
เมื่อถึงจุดนั้น หนังสือที่ออกมาจะไม่เหมือนผลงานของเด็กสามคนที่นำมาต่อกัน แต่จะเป็น หนังสือหนึ่งเล่มที่เกิดจากทีมเดียวกันจริง ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ใช้คำสุภาพนะคะ