Translate

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

งานทำมือ ศิลปะที่ค่อย ๆ สร้างด้วยใจ



งานทำมือ ศิลปะที่ค่อย ๆ สร้างด้วยใจ

ศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการวาดภาพหรือระบายสีเท่านั้น หากมองไปรอบตัว เราจะพบว่าศิลปะแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน

เราพูดถึงศิลปะการพูด ศิลปะการทำอาหาร ศิลปะการป้องกันตัว ศิลปะการโน้มน้าวใจ ไปจนถึงศิลปะในการทำงานและการดำเนินชีวิต เพราะคำว่า “ศิลปะ” ไม่ได้หมายถึงเพียงความสวยงาม แต่ยังรวมถึงความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ วิธีการ และการนำสิ่งที่มีอยู่มาสร้างคุณค่าในรูปแบบของตัวเอง

และศิลปะอีกประเภทหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษก็คือ งานประดิษฐ์ งานหัตถกรรม และงานแฮนด์เมด

เสน่ห์ของงานที่ต้องค่อย ๆ ทำ

สิ่งที่น่าสนใจของงานทำมือคือ หลายขั้นตอนไม่สามารถเร่งให้เสร็จได้ในทันที

เราต้องค่อย ๆ ตัด ค่อย ๆ เย็บ พับ ร้อย ติด ประกอบ หรือแต่งรายละเอียดทีละส่วน งานบางอย่างดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่กลับต้องอาศัยสมาธิ ความอดทน และการฝึกฝนอยู่ไม่น้อย

ยิ่งทำบ่อย มือก็ยิ่งคุ้น
ยิ่งทดลองมากขึ้น ก็ยิ่งมองเห็นวิธีใหม่ ๆ

งานประเภทนี้จึงไม่ได้ให้เพียงชิ้นงานสำเร็จ แต่ระหว่างที่กำลังทำ เรายังได้ใช้เวลาอยู่กับความคิดและสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างช้า ๆ

บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่งานฝีมือทำให้หลายคนรู้สึกผ่อนคลาย เพราะในช่วงเวลานั้น มือกำลังทำงาน ขณะที่ใจก็ค่อย ๆ สงบลงตามจังหวะของมัน

จากสิ่งธรรมดา สู่สิ่งที่มีคุณค่า

เสน่ห์อีกอย่างของงานทำมือคือ เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากวัสดุราคาแพงเสมอไป

กระดาษที่เหลือใช้ เศษผ้า เชือก ด้าย กระดุม กล่องกระดาษ หรือวัสดุที่เหลือจากงานอื่น อาจถูกนำกลับมาออกแบบและสร้างเป็นของใช้หรือของตกแต่งชิ้นใหม่ได้

สิ่งที่ครั้งหนึ่งอาจถูกมองว่าไม่มีประโยชน์ จึงสามารถกลับมามีหน้าที่และมีคุณค่าอีกครั้งผ่านความคิดสร้างสรรค์

นอกจากช่วยลดการทิ้งวัสดุโดยไม่จำเป็นแล้ว การนำของเหลือใช้กลับมาสร้างงานยังทำให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นมีเรื่องราวของตัวเองด้วย

สมุดทำมือ ตัวอย่างง่าย ๆ ของงานสร้างสรรค์

สมุดทำมือเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัด

จุดเริ่มต้นอาจมีเพียง กระดาษ ผ้า ด้าย กาว และอุปกรณ์พื้นฐานไม่กี่อย่าง จากนั้นจึงค่อย ๆ ผ่านกระบวนการตัด พับ เย็บ เจาะ ประกอบ และตกแต่ง จนกลายเป็นสมุดหนึ่งเล่ม

ความน่าสนใจคือ สมุดทำมือไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบตายตัว

เราอาจทำสมุดธรรมดาสำหรับจดงาน ทำสมุดจากกระดาษใช้แล้วหน้าเดียวไว้ร่างความคิด หรือเพิ่มรายละเอียดจนกลายเป็นสมุดบันทึกสวย ๆ สำหรับเก็บความทรงจำก็ได้

หากมีเศษผ้าสวย ๆ ก็สามารถนำมาทำปก
มีกระดาษเหลือก็ใช้ทำหน้าสมุด
มีเชือก ริบบิ้น หรือวัสดุตกแต่งเหลือจากงานอื่น ก็หยิบมาประยุกต์ใช้ได้

จากวัสดุธรรมดาหลายชิ้น เมื่อค่อย ๆ ประกอบเข้าด้วยกัน ก็สามารถกลายเป็นงานที่มีเพียงชิ้นเดียวในแบบของเรา

คุณค่าขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการจากสมุดเล่มนั้น

สมุดทำมือไม่จำเป็นต้องสวยหรูทุกเล่ม

หากต้องการเพียงสมุดสำหรับร่างต้นฉบับ จดรายการ หรือบันทึกเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ กระดาษเหลือใช้หน้าเดียวก็เพียงพอแล้ว ใช้จนหมดแล้วทำเล่มใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียดาย

แต่หากต้องการสมุดสำหรับบันทึกเรื่องสำคัญ เก็บความทรงจำ ทำเป็นของสะสม หรือมอบให้ใครสักคนในโอกาสพิเศษ เราก็สามารถเลือกวัสดุที่ดีขึ้นและใช้เวลาใส่รายละเอียดกับมันมากขึ้น

สมุดธรรมดาเล่มหนึ่งจึงมีคุณค่าแตกต่างกันได้ตาม วัตถุประสงค์ ความคิด และความรู้สึกของคนที่สร้างมันขึ้นมา

และนี่อาจเป็นเสน่ห์สำคัญของงานทำมือ

เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือมากมาย และไม่จำเป็นต้องสร้างงานเหมือนใคร

เพียงเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้า แล้วค่อย ๆ ใช้มือ ความคิด และเวลา เปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นบางสิ่งที่มีความหมาย

เพราะบางครั้งคุณค่าของงานทำมือ ไม่ได้อยู่ที่ว่าวัสดุนั้นมีราคาเท่าไร แต่อยู่ที่เราเห็นอะไรในสิ่งธรรมดา และสามารถพามันไปเป็นอะไรต่อได้ต่างหาก

 

 

ธรรมชาติของงานแฮนด์เมด

 

ธรรมชาติของงานแฮนด์เมด

งานแฮนด์เมด (Handmade) คือ งานที่เกิดจากการคิด ออกแบบ และลงมือสร้างสรรค์ด้วยมือเป็นหลัก อาจมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยบ้าง แต่ใช้เครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตจำนวนมากค่อนข้างน้อย หรือบางชิ้นอาจแทบไม่ใช้เลย

สิ่งสำคัญของงานประเภทนี้จึงไม่ได้อยู่เพียงที่ชิ้นงานสำเร็จ แต่อยู่ใน กระบวนการคิด การลงมือทำ และรายละเอียดที่ผู้สร้างค่อย ๆ ใส่ลงไปในงานแต่ละชิ้น

ลองนึกถึงการทำกระเป๋าผ้าสักใบ เราอาจเริ่มตั้งแต่การออกแบบ เลือกผ้า วัดขนาด ตัด เย็บด้วยเข็มและด้าย ก่อนจะเพิ่มเติมรายละเอียดด้วยการปัก วาด หรือเพ้นท์ทีละส่วน กระบวนการเหล่านี้แตกต่างจากการผลิตด้วยเครื่องจักรที่สามารถตั้งค่ารูปแบบแล้วผลิตชิ้นงานจำนวนมากออกมาได้อย่างรวดเร็ว

งานทำมือหนึ่งชิ้นจึงอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง หลายวัน หรือมากกว่านั้น กว่าจะได้ผลงานที่ผู้ทำรู้สึกพอใจ

ความไม่เหมือนกัน คือธรรมชาติของงานทำมือ

สิ่งหนึ่งที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับงานแฮนด์เมดคือ ชิ้นงานแต่ละชิ้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกตารางวัด

แม้จะใช้แบบเดียวกัน วัสดุชนิดเดียวกัน และทำโดยคนคนเดียวกัน รายละเอียดบางอย่างก็อาจแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งขนาด รูปร่าง ตำแหน่งของลวดลาย น้ำหนักมือ หรือร่องรอยจากกระบวนการทำ

เพราะมือและสายตาของมนุษย์ไม่ได้ทำงานเหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งค่าให้ทำซ้ำในตำแหน่งเดิมได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง

ความแตกต่างเหล่านี้จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงความบกพร่องเสมอไป หากเป็นความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของกระบวนการทำด้วยมือ

แน่นอนว่า ความประณีตและมาตรฐานยังคงมีความสำคัญ ผู้ที่มีประสบการณ์ มีทักษะ และใส่ใจในรายละเอียด ย่อมสามารถควบคุมคุณภาพของผลงานให้มีความสม่ำเสมอได้มากขึ้น ความคลาดเคลื่อนอาจเหลือเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีร่องรอยบางอย่างที่ทำให้แต่ละชิ้นมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

ทำไมงานแฮนด์เมดจึงมักมีราคาสูงกว่า

ราคาของงานทำมือไม่ได้เกิดจากค่าวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง เวลา แรงงาน ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้ทำ

งานบางชิ้นต้องทดลองหลายครั้งกว่าจะได้รูปแบบที่ต้องการ บางชิ้นมีรายละเอียดจำนวนมากและไม่สามารถเร่งกระบวนการได้ ขณะที่การผลิตซ้ำก็มักทำได้ครั้งละไม่มากนัก

เมื่อมองเช่นนี้ เราจะเข้าใจได้มากขึ้นว่าเหตุใดงานศิลปะทำมือบางประเภทจึงมีราคาสูงกว่าสินค้าที่ผลิตจากโรงงาน

สิ่งที่ผู้ซื้อได้รับจึงไม่ใช่เพียงวัตถุหนึ่งชิ้น แต่ยังรวมถึง เวลาและฝีมือที่อยู่เบื้องหลังชิ้นงานนั้นด้วย

เสน่ห์ไม่ได้อยู่ที่ความเนี้ยบเพียงอย่างเดียว

งานแฮนด์เมดที่น่าสนใจไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่เรียบกริบหรือสมมาตรที่สุดเสมอไป

บางชิ้นมีเสน่ห์จากรูปทรงที่แปลกตา บางชิ้นโดดเด่นจากการเลือกวัสดุ บางชิ้นน่าทึ่งเพราะเทคนิคที่ใช้ หรือบางชิ้นอาจดูเรียบง่ายมาก แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อมองหรือสัมผัส

นี่คือเหตุผลที่ยากจะตัดสินว่า งานชิ้นใดสวยที่สุดหรือดีที่สุด

ศิลปะมีพื้นที่สำหรับรสนิยมและความรู้สึกของแต่ละคน สิ่งที่คนหนึ่งมองว่าธรรมดา อาจเป็นชิ้นงานที่อีกคนมองแล้วรู้สึกผูกพันจนอยากเก็บรักษาไว้

คุณค่าที่เกิดจากมือของคน

เสน่ห์อย่างหนึ่งของงานแฮนด์เมดคือ เมื่อมองชิ้นงาน เรามักมองเห็นร่องรอยของคนทำอยู่ในนั้น

ตั้งแต่ความคิดแรก การเลือกวัสดุ การลองผิดลองถูก ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ประกอบกันจนกลายเป็นผลงานสำเร็จ

สำหรับผู้สร้าง ความสุขอาจเกิดตั้งแต่ระหว่างลงมือทำ และเมื่อผลงานเสร็จสมบูรณ์ ความภูมิใจก็กลายเป็นคุณค่าอีกส่วนหนึ่งของชิ้นงาน

ส่วนคนที่ไม่ได้ทำงานแฮนด์เมดด้วยตัวเอง ก็สามารถมีความสุขกับงานเหล่านี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชม เลือกซื้อ หรือสะสมผลงานที่ถูกใจ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธรรมชาติของงานแฮนด์เมดอาจไม่ได้อยู่ที่การทำทุกชิ้นให้เหมือนกัน แต่อยู่ที่การทำให้แต่ละชิ้นมีคุณค่าในแบบของมันเอง

 

 

 

สมุดบันทึกกับคนรักเขียน 2

 

สมุดบันทึกกับคนรักเขียน 2

เมื่อหน้ากระดาษไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ

ต่อจากเรื่องของการเลือกสมุดบันทึกสำหรับคนรักการเขียน เมื่อเราได้สมุดทำมือสวย ๆ มาสักเล่ม โดยเฉพาะเล่มที่ตั้งใจเลือกหรือมีราคาสูงกว่าสมุดทั่วไป ความรู้สึกแรกก็มักจะคล้ายกัน

อยากเก็บมันให้สวย อยากเขียนให้เรียบร้อย และอยากให้ทุกหน้าดูดีตั้งแต่ต้นจนจบ

เปิดหน้าแรกขึ้นมาก็ตั้งใจว่าจะเขียนด้วยลายมือที่ดีที่สุด เว้นบรรทัดให้พอดี ไม่ขีดฆ่า ไม่เขียนผิด ไม่ทำหมึกเลอะ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้สมุดทั้งเล่มยังคงความสวยเหมือนวันที่เพิ่งซื้อมา

แต่พอเขียนไปได้สักพัก ความจริงก็มักไม่เป็นเช่นนั้น

บางวันลายมือสวย บางวันรีบจนแทบอ่านไม่ออก บางหน้ามีลูกศรโยงไปมา บางบรรทัดถูกขีดทับ และบางครั้งพื้นที่ว่างข้างข้อความก็เต็มไปด้วยเส้น รูปเล็ก ๆ หรืออะไรก็ตามที่มือเผลอวาดลงไปในระหว่างที่กำลังคิด

แล้ววันหนึ่งเราอาจเปิดสมุดขึ้นมาดูและคิดว่า

“ทำไมมันไม่สวยเหมือนที่ตั้งใจไว้เลย”

ลายมือไม่สวย ไม่ได้ทำให้ความคิดมีค่าน้อยลง

นี่อาจเป็นกับดักเล็ก ๆ ของคนที่ชอบสมุดสวย ๆ

เมื่อเราให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยมากเกินไป จากสมุดที่ควรเป็นพื้นที่สำหรับความคิด กลับกลายเป็นพื้นที่ที่เราต้องระมัดระวังทุกครั้งก่อนลงมือเขียน

พอเขียนผิดก็หงุดหงิด
พอลายมือไม่สวยก็ไม่อยากเขียน
พอหน้าหนึ่งเลอะ ก็รู้สึกว่าสมุดทั้งเล่มไม่สวยเสียแล้ว

ท้ายที่สุดอาจกลายเป็นว่า เรามีสมุดที่สวยมาก แต่ไม่กล้าใช้มัน

ทั้งที่คุณค่าที่แท้จริงของสมุดบันทึกไม่ได้อยู่ที่ทุกหน้าจะต้องสวยเหมือนงานจัดแสดง แต่อยู่ที่สิ่งซึ่งถูกเก็บเอาไว้ในนั้นต่างหาก

ความคิดบางอย่างเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที หากมัวแต่กังวลว่าจะเขียนอย่างไรให้สวย ความคิดนั้นอาจหายไปก่อนที่ปลายปากกาจะสัมผัสกระดาษเสียอีก

บางครั้งมือก็เดินเร็วกว่าความเรียบร้อย

คนที่เขียนเป็นประจำคงคุ้นเคยกับช่วงเวลาที่ความคิดมาเร็วมาก

เมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ มือก็รีบจดทันที ประโยคหนึ่งนำไปสู่อีกประโยคหนึ่ง คำบางคำถูกขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ มีลูกศรลากไปยังอีกมุมหนึ่งของหน้า และพื้นที่ว่างก็อาจถูกเติมด้วยรูปเล็ก ๆ ที่วาดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

บางภาพดูน่ารัก บางภาพอาจไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร

แต่สิ่งเหล่านั้นก็คือ ร่องรอยของกระบวนการคิด

หน้ากระดาษจึงไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ของตัวหนังสือที่เรียงเป็นระเบียบเพียงอย่างเดียว มันอาจเป็นพื้นที่ของคำ เส้น รูปทรง สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ลูกศร หรือข้อความสั้น ๆ ที่มีเพียงเจ้าของสมุดเท่านั้นที่เข้าใจ

บางครั้งกลับมาอ่านอีกที ลายมือของตัวเองก็แทบจะต้องถอดรหัส แต่แปลกตรงที่เมื่อมองเห็นข้อความเหล่านั้น เรามักจำได้ว่า ตอนที่เขียน เรากำลังคิดอะไรอยู่

สมุดที่ผ่านการใช้งาน ไม่ใช่สมุดที่สกปรก

รอยหมึกที่ซึมไปอีกหน้า รอยขีดฆ่า มุมกระดาษที่ยับเล็กน้อย หรือหน้าที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือ ไม่ได้ทำให้สมุดเล่มนั้นหมดคุณค่า

ตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้กำลังบอกว่า สมุดเล่มนั้นถูกใช้จริง

จากสมุดเปล่าที่เหมือนกับสมุดอีกนับร้อยนับพันเล่ม มันค่อย ๆ กลายเป็นสมุดเพียงเล่มเดียวในโลก เพราะไม่มีใครสามารถเขียนความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ และร่องรอยแบบเดียวกับเราไว้ในนั้นได้อีก

ยิ่งเวลาผ่านไป คุณค่าของสมุดบางเล่มจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาตอนซื้อ แต่อยู่ที่สิ่งซึ่งค่อย ๆ ถูกเติมลงไปทีละหน้า

อย่าบังคับทุกหน้าให้สมบูรณ์แบบ

ถ้าวันหนึ่งอยากเขียนสวย ๆ ก็เขียนให้สวย

ถ้าวันหนึ่งมีเวลาแต่งหน้า ใส่ภาพ วาดรูป หรือติดกระดาษเล็ก ๆ ลงไป ก็ทำได้ตามใจ

แต่ถ้าวันไหนความคิดกำลังไหลมาเร็วเสียจนไม่มีเวลาสนใจว่าลายมือจะสวยหรือไม่ ก็เขียนมันลงไปก่อน

อย่าปล่อยให้ความต้องการความสมบูรณ์แบบกลายเป็นสิ่งที่ขวางระหว่างความคิดกับหน้ากระดาษ

เพราะสมุดบันทึกไม่จำเป็นต้องสวยทุกหน้า
และลายมือของเราก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนตัวพิมพ์

บางหน้าสวย บางหน้ายุ่ง บางหน้ามีเพียงประโยคเดียว ขณะที่บางหน้าเต็มจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งหมดสามารถอยู่ในสมุดเล่มเดียวกันได้

ปล่อยให้สมุดเติบโตไปพร้อมกับเจ้าของของมัน

แล้วอีกสามวัน สามเดือน หรืออีกหลายปี เมื่อเปิดกลับมาอ่าน บางทีสิ่งที่ทำให้เรายิ้มอาจไม่ใช่หน้าที่เขียนได้สวยที่สุด

แต่อาจเป็นหน้าที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า ลายมือที่แทบอ่านไม่ออก และข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า

ครั้งหนึ่ง...เราเคยคิด เคยรู้สึก และเคยเป็นคนแบบนี้อยู่จริง ๆ

 

 

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สมุดบันทึกกับคนรักเขียน 1



สมุดบันทึกกับคนรักเขียน 1

สมุดบันทึกทำมือ เป็นงานประดิษฐ์อีกประเภทหนึ่งที่สามารถพัฒนาไปสู่งานศิลปะและงานสร้างสรรค์ได้อย่างน่าสนใจ

จากกระดาษธรรมดาที่นำมาเย็บรวมกันเป็นเล่ม ผลิตจากโรงงานครั้งละจำนวนมาก ราคาไม่แพง และมีหน้าที่พื้นฐานเพียงใช้จดงาน จดข้อความ หรือบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ สมุดเล่มหนึ่งอาจดูเป็นเพียงของใช้ธรรมดาสำหรับใครหลายคน

แต่สำหรับ คนรักการเขียน สมุดบันทึกอาจมีความหมายมากกว่านั้น

บางคนใช้เวลาเลือกสมุดอยู่นาน ทั้งขนาด รูปแบบ สีสัน เนื้อกระดาษ ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ บนหน้าปก บางเล่มสวยน่ารัก บางเล่มเรียบง่าย บางเล่มมีรูปแบบแปลกตาจนน่าสะสม

คนที่ไม่ได้หลงใหลการเขียนอาจสงสัยว่า

“ก็แค่สมุด เล่มไหนก็เขียนได้ไม่ใช่หรือ?”

แน่นอนว่าเขียนได้

สำหรับคนรักการเขียน บางครั้งแม้แต่เศษกระดาษเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้มือก็สามารถกลายเป็นพื้นที่บันทึกความคิดได้ หากในขณะนั้นมีบางสิ่งผุดขึ้นมาและกลัวว่าจะลืมเสียก่อน

ข้อความสั้น ๆ อาจถูกจดลงบนกระดาษใบเสร็จ เศษกระดาษ หรืออะไรก็ตามที่หาได้ในเวลานั้น แล้วถูกเก็บกลับมาอย่างดี ก่อนจะนำไปแปะไว้ในสมุดเล่มโปรดในภายหลัง

เพราะบางครั้ง สิ่งที่มีคุณค่าไม่ใช่กระดาษแผ่นนั้น แต่คือความคิดและช่วงเวลาที่ถูกบันทึกเอาไว้ต่างหาก

ทำไมคนรักเขียนจึงเลือกสมุด?

คำตอบอาจเรียบง่ายมาก — เพราะมันคือความสุขทางใจ

สมุดที่ถูกใจสักเล่ม ปากกาที่เขียนลื่น สีที่ชอบ หรือกระดาษที่สัมผัสแล้วรู้สึกดี ล้วนเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้เราอยากเปิดสมุดขึ้นมาเขียน

เมื่อเครื่องมือที่อยู่ตรงหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การถ่ายทอดความคิด จินตนาการ และความรู้สึกก็เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

และการเขียนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันที่มีความสุขเท่านั้น

บางครั้งกลับเป็นวันที่เศร้า เหงา ผิดหวัง หรือมีเรื่องมากมายอยู่ในใจ ที่ทำให้เราต้องการพื้นที่สักแห่งสำหรับปล่อยความรู้สึกเหล่านั้นออกมา

สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการเขียน สมุดจึงไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บตัวหนังสือ แต่เป็นพื้นที่รองรับความคิดและอารมณ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิต

ความคิดเริ่มต้นขึ้นในสมอง ผ่านมือ ผ่านปลายปากกา แล้วค่อย ๆ ปรากฏเป็นถ้อยคำบนหน้ากระดาษ

เรื่องเดียวกัน เมื่อเขียนในวันที่อารมณ์ต่างกัน น้ำเสียงและลีลาของงานก็อาจแตกต่างกันไป บางวันอ่อนโยน บางวันหนักแน่น บางวันเต็มไปด้วยความคิดถึง และบางวันก็เป็นเพียงข้อความสั้น ๆ ที่เขียนไว้เพื่อเตือนตัวเองว่า ครั้งหนึ่งเราเคยรู้สึกเช่นนี้

นั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนรักการเขียนบางคนจึงพิถีพิถันกับการเลือกสมุดมากเป็นพิเศษ

เพราะสำหรับเขา สมุดดี ๆ สักเล่มไม่ใช่เพียงอุปกรณ์สำหรับเขียน แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่พร้อมเก็บเรื่องราวระหว่างทางของชีวิตเอาไว้ทีละหน้า

ถูกอกถูกใจกดไลท์กดแชร์นะคะ \^_^/