จากการเตรียมอุปกรณ์สู่สนามแข่งขัน : ก่อนเริ่มทำหนังสือเล่มเล็ก เด็กและครูต้องพร้อมอะไรบ้าง
ตลอดหลายบทที่ผ่านมา เราค่อย ๆ พูดถึงการเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับทำหนังสือเล่มเล็ก ตั้งแต่การเลือกกระดาษสำหรับเนื้อใน กระดาษสำหรับทำปก แผ่นรองตัด คัตเตอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์พื้นฐานชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การทำงานสะดวก สะอาด และเป็นระเบียบมากขึ้น
เมื่อมองแต่ละอย่างแยกกัน อาจดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของการเตรียมของให้ครบ
แต่เมื่อเป็น การเตรียมนักเรียนเพื่อการแข่งขันหนังสือเล่มเล็ก สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เพราะในวันที่เด็กเข้าสู่สนามแข่งขัน สิ่งที่ต้องนำเข้าไปไม่ได้มีเพียงกล่องอุปกรณ์ที่เตรียมไว้อย่างดี แต่ยังมีทักษะที่ได้รับการฝึก การวางแผน การทำงานร่วมกัน และความพร้อมที่จะเปลี่ยนโจทย์ที่เพิ่งได้รับให้กลายเป็นหนังสือหนึ่งเล่มภายในเวลาที่กำหนด
ก่อนฝึกเด็ก ครูต้องเห็นกระบวนการทั้งหมดก่อน
สิ่งแรกที่ผู้เขียนมองว่าสำคัญสำหรับครูผู้ฝึก โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น คือ ครูควรเห็นภาพของกระบวนการทั้งหมดก่อนว่าเด็กจะต้องทำอะไรบ้าง
หนังสือเล่มเล็กหนึ่งเล่มไม่ได้เกิดจากการเขียนเรื่องเพียงอย่างเดียว และไม่ได้เกิดจากการวาดภาพสวยเพียงอย่างเดียว
ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้ชิ้นงานสำเร็จ เด็กต้องใช้ทักษะหลายด้านประกอบกัน ได้แก่ การอ่านและวิเคราะห์โจทย์ การคิดและวางโครงเรื่อง การเขียน การแบ่งเรื่องออกเป็นฉาก การทำ Storyboard การจัดวางข้อความและภาพ การวาดภาพ การระบายสี การวัดและตัดวัสดุ การทำปก การประกอบรูปเล่ม และการตรวจความเรียบร้อยก่อนส่งงาน
ถ้าครูเห็นภาพทั้งหมดนี้ตั้งแต่ต้น การวางแผนฝึกเด็กก็จะง่ายขึ้นมาก เพราะจะรู้ว่า ต้องฝึกอะไร ก่อน–หลัง และแต่ละส่วนเชื่อมโยงกันอย่างไร
1. เริ่มจากรู้เกณฑ์ของสนามที่จะเข้าแข่งขัน
ก่อนซื้ออุปกรณ์หรือเริ่มฝึกเด็ก ควรตรวจสอบเกณฑ์การแข่งขันของปีและสนามนั้นให้ชัดเจนก่อน
รายละเอียดการแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสมาชิกในทีม ระยะเวลา รูปแบบของโจทย์ ขนาดหนังสือ วัสดุที่อนุญาต สิ่งที่สามารถเตรียมล่วงหน้า ตลอดจนหลักเกณฑ์การให้คะแนน
ประสบการณ์จากการแข่งขันในอดีตมีประโยชน์สำหรับการวางแนวทาง แต่ เกณฑ์ปัจจุบันควรเป็นข้อมูลหลักในการเตรียมทีมเสมอ
2. เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้สัมพันธ์กับงาน
เมื่อรู้ข้อกำหนดแล้ว จึงค่อยเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็น
จากบทความที่ผ่านมา เราได้พูดถึงตั้งแต่กระดาษ 100 ปอนด์สำหรับเนื้อใน กระดาษแข็งสำหรับโครงปก แผ่นรองตัด คัตเตอร์ ไม้บรรทัดเหล็ก กรรไกร ดินสอ ยางลบ สี ตลอดจนผ้าเช็ดมือ กระดาษทิชชู่ และภาชนะสำหรับเก็บเศษวัสดุระหว่างทำงาน
ไม่จำเป็นต้องซื้อของราคาแพงทุกชิ้น และไม่จำเป็นต้องมียี่ห้อเหมือนกันทุกทีม
หลักสำคัญคือ เหมาะกับงาน เหมาะกับเด็ก ใช้งานได้จริง และเด็กต้องคุ้นเคยกับอุปกรณ์เหล่านั้นก่อนถึงวันแข่งขัน
สนามแข่งขันไม่ควรเป็นวันที่เด็กเพิ่งทดลองใช้เครื่องมือชิ้นใดเป็นครั้งแรก
3. ฝึกทักษะแต่ละส่วนก่อนนำมารวมกัน
เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว ขั้นต่อไปไม่ใช่การให้เด็กทำหนังสือทั้งเล่มทันที
เด็กควรได้รับการฝึกทักษะที่จำเป็นเป็นส่วน ๆ ก่อน
การเขียนเรื่องก็ฝึกการเขียน
การวาง Storyboard ก็ฝึกการแบ่งฉาก
การวาดและระบายสีก็ฝึกเทคนิคที่ต้องใช้
การวัด ตัด พับ และทำปกก็ต้องได้ลงมือทำ
การใช้อุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงต้องได้รับการฝึกอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของครู
เมื่อแต่ละทักษะเริ่มมั่นคงแล้ว จึงค่อยนำทุกส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน
4. จากเรื่องหนึ่งเรื่อง ต้องเปลี่ยนให้เป็นหนังสือหนึ่งเล่ม
นี่คือจุดที่การทำหนังสือเล่มเล็กเริ่มแตกต่างจากการฝึกเขียนเรื่องทั่วไป
เมื่อเด็กสร้างเรื่องได้แล้ว งานยังไม่จบ
เรื่องนั้นต้องถูกแบ่งออกเป็นฉากและวางลงใน Storyboard เพื่อให้มองเห็นว่าหน้าไหนจะเกิดเหตุการณ์อะไร มีข้อความประมาณเท่าใด และต้องใช้ภาพอะไรประกอบ
จากเรื่องที่อยู่ในความคิด จึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น แผนของหนังสือทั้งเล่ม
เมื่อวางแผนดี ขั้นตอนการเขียน วาดภาพ ระบายสี และประกอบรูปเล่มในลำดับต่อไปก็จะชัดเจนขึ้น
5. ฝึกการทำงานเป็นทีม
การแข่งขันหนังสือเล่มเล็กไม่ได้ใช้เพียงความสามารถเฉพาะบุคคล แต่ต้องอาศัย การทำงานร่วมกัน
เด็กแต่ละคนอาจมีจุดแข็งต่างกัน บางคนคิดเรื่องได้ดี บางคนเขียนหรือคัดข้อความได้ดี บางคนวาดภาพหรือระบายสีได้คล่อง
แต่ในสนามจริง งานเหล่านี้ไม่ได้แยกขาดจากกัน
เด็กต้องรู้ว่าใครกำลังทำอะไร งานของตนส่งต่อไปหาใคร ขั้นตอนไหนสามารถทำพร้อมกันได้ และขั้นตอนไหนต้องรอให้อีกส่วนหนึ่งเสร็จก่อน
ดังนั้นการฝึกจึงต้องค่อย ๆ ทำให้เด็กเห็นว่า
นี่ไม่ใช่งานของคนสามคนที่นั่งทำงานคนละอย่าง แต่เป็นงานหนึ่งชิ้นที่ทุกคนกำลังช่วยกันสร้าง
6. ฝึกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่อเด็กมีทักษะพื้นฐานเพียงพอแล้ว ควรมีช่วงที่ได้ทดลองทำงานเสมือนจริง
เริ่มตั้งแต่ได้รับโจทย์ วิเคราะห์โจทย์ คิดเรื่อง วางโครงเรื่อง ทำ Storyboard แบ่งหน้าที่ ลงมือเขียนและทำภาพประกอบ ทำปก ประกอบรูปเล่ม และตรวจงานก่อนส่ง
จุดประสงค์ไม่ได้มีเพียงเพื่อดูว่าเด็กทำหนังสือสวยหรือไม่
แต่เพื่อให้ครูและเด็กได้เห็นว่า กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาอย่างไร จุดใดติดขัด จุดใดใช้เวลามากเกินไป และการทำงานของทีมต่อเนื่องกันหรือไม่
การทำงานครบกระบวนการจึงเป็นส่วนสำคัญของการฝึก
7. ฝึกความเป็นระเบียบไปพร้อมกับการทำงาน
สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรแยกออกจากการฝึกคือการดูแลพื้นที่ทำงาน
ตัดแล้วเก็บเศษ
ใช้แล้ววางเครื่องมือกลับที่
มือเปื้อนก็ทำความสะอาดก่อนจับชิ้นงาน
เศษดินสอ เศษสี และเศษกระดาษมีที่รองรับ
การทำไปเก็บไปทำให้โต๊ะไม่รก ชิ้นงานไม่เปื้อน และเด็กไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเครื่องมือระหว่างทำงาน
ไม่ว่าจะถูกกำหนดเป็นคะแนนในการแข่งขันหรือไม่ก็ตาม ความเป็นระเบียบและความรับผิดชอบต่อพื้นที่ทำงานเป็นวินัยที่ควรติดตัวเด็กไปมากกว่าสนามแข่งขัน
8. และเมื่อถึงวันแข่งขันจริง...
เมื่อเด็กนั่งประจำที่ อุปกรณ์ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเรียบร้อย และสัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้น สิ่งที่ฝึกมาทั้งหมดจะเริ่มทำงานพร้อมกัน
เด็กได้รับโจทย์
จากนั้นต้องวิเคราะห์ว่าโจทย์ต้องการอะไร คิดและวางโครงเรื่อง แบ่งเรื่องออกเป็นฉาก ทำ Storyboard จัดสรรงานของสมาชิก ลงมือเขียน วาดภาพ ระบายสี ทำปก ประกอบหนังสือ และตรวจความเรียบร้อยของชิ้นงาน
ทั้งหมดอยู่ภายใต้เวลาที่กำหนด
ในช่วงที่ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์กับการแข่งขัน กระบวนการทั้งหมดอยู่ในกรอบเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง แต่รายละเอียดเรื่องเวลาและข้อกำหนดต่าง ๆ ควรตรวจสอบจากเกณฑ์การแข่งขันปัจจุบันของแต่ละสนามอีกครั้ง
เมื่อมองจากตรงนี้ จะเห็นว่า หนังสือเล่มเล็กหนึ่งเล่มใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์หลายด้านพร้อมกัน
เด็กต้องคิดเป็น เขียนเป็น วางแผนเป็น สื่อสารกับเพื่อนเป็น ทำงานด้วยมือได้ ใช้เครื่องมือเป็น แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และบริหารเวลาของตัวเองกับเวลาของทีมไปพร้อมกัน
อุปกรณ์พร้อมแล้ว ต่อไปคือการฝึก “คน”
มาถึงตรงนี้ การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับทำหนังสือเล่มเล็กถือว่าครบพอที่จะเริ่มต้นแล้ว
จากบทต่อไป สิ่งที่เราจะเตรียมจึงไม่ใช่กระดาษ คัตเตอร์ หรือแผ่นรองตัดอีกต่อไป
แต่คือ เด็กที่จะใช้สิ่งเหล่านั้นสร้างหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม
และจุดเริ่มต้นของหนังสือไม่ได้อยู่ที่ปก ไม่ได้อยู่ที่ภาพประกอบ และไม่ได้อยู่ที่การเข้าเล่ม
มันเริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีที่เด็กได้รับโจทย์ แล้วสามารถเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ค่อย ๆ กลายเป็น “เรื่องหนึ่งเรื่อง”
จากตรงนั้น เราจึงค่อยพาเรื่องหนึ่งเรื่องเดินทางต่อไปจนกลายเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ใช้คำสุภาพนะคะ