บทที่ 1 รู้จัก “หนังสือเล่มเล็ก” ก่อนเริ่มลงมือทำ
ใกล้เข้าสู่ช่วงการแข่งขันของหลายพื้นที่แล้ว วันนี้จึงอยากกลับมาเล่าเรื่อง การทำหนังสือเล่มเล็ก หรือหนังสือทำมือ กันอีกครั้งค่ะ
บทความชุดนี้จะค่อย ๆ พาไปตั้งแต่การเริ่มต้นคิดเรื่อง การวางแผน การสร้าง Storyboard การแบ่งหน้า การเขียนเรื่อง การวาดภาพและลงสี ไปจนถึงการเข้าปกและทำรูปเล่ม โดยเฉพาะการทำหนังสือเล่มเล็กสำหรับการประกวดแข่งขัน ซึ่งนอกจากจะต้องทำชิ้นงานให้สวยและน่าอ่านแล้ว ยังมีเรื่องของ เกณฑ์ เวลา การแบ่งหน้าที่ และการทำงานเป็นทีม เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น เรามาทำความรู้จักกับหนังสือเล่มเล็กกันก่อนค่ะ
หนังสือเล่มเล็กคืออะไร
หนังสือเล่มเล็ก หรือหนังสือทำมือ เป็นหนังสือที่ผู้ทำสร้างขึ้นด้วยตนเอง ตั้งแต่การคิดเนื้อหา เขียนเรื่อง ออกแบบ วาดภาพ ระบายสี ตลอดจนการประกอบและเข้าเล่ม
รูปแบบของหนังสือไม่จำเป็นต้องตายตัว หากทำเพื่อใช้เป็นสื่อทั่วไป เราสามารถออกแบบขนาด รูปร่าง จำนวนหน้า เทคนิคการวาดภาพ การใช้สี และวิธีเข้าเล่มได้ตามความเหมาะสม
เนื้อหาก็เปิดกว้างเช่นกันค่ะ
จะเป็นนิทาน เรื่องสั้น เรื่องจากประสบการณ์ เรื่องเกี่ยวกับคุณธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือเรื่องใกล้ตัวเด็ก ๆ ก็สามารถนำมาสร้างเป็นหนังสือเล่มเล็กได้ทั้งนั้น
หนังสือบางเล่มเราอาจแต่งเรื่องขึ้นใหม่ทั้งหมด ขณะที่บางเล่มอาจนำเนื้อหาที่มีอยู่แล้วมาใช้เพื่อการเรียนการสอน โดยต้องคำนึงถึงแหล่งที่มาและสิทธิในการนำเนื้อหานั้นมาใช้ด้วย
ทำไมจึงควรให้เด็กลองทำหนังสือเล่มเล็ก
การทำหนังสือเล่มเล็กไม่ได้ฝึกเพียงการวาดรูปหรือการเขียนเรื่องเท่านั้น แต่เป็นกิจกรรมที่สามารถบูรณาการทักษะหลายด้านเข้าด้วยกัน
เด็กได้ฝึกอ่านและเขียน ฝึกคิดและเรียบเรียงเรื่องราว ฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ฝึกวางแผน ฝึกการใช้ภาษา ตลอดจนทักษะด้านศิลปะ การวาดภาพ การใช้สี และการจัดองค์ประกอบ
ถ้าทำเป็นทีม เด็กยังได้ฝึกการแบ่งหน้าที่ การรับผิดชอบงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย
แม้แต่การหยิบหนังสือที่เด็กคุ้นเคยมาปรับเป็นสื่อรูปแบบใหม่ ก็ช่วยสร้างความสนใจได้ค่ะ
อย่างนิทานภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งที่เคยทำขึ้น ผู้เขียนไม่ได้แต่งเนื้อหาเอง แต่เลือกเนื้อหาจากหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเห็นว่าคำศัพท์ง่ายและเหมาะกับเด็ก เมื่อนำมาทำเป็นหนังสือทำมือ มีภาพประกอบและสีสัน เด็กก็มีโอกาสได้หยิบจับ เปิดดู และค่อย ๆ คุ้นเคยกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกบังคับให้เรียน
นี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังสือเล่มเล็กค่ะ
ไม่ต้องวาดรูปเก่ง ก็ทำหนังสือเล่มเล็กได้
เรื่องนี้อยากบอกไว้ตั้งแต่ต้นเลยค่ะ เพราะหลายคนเห็นตัวอย่างหนังสือสวย ๆ แล้วอาจคิดว่า
“วาดรูปไม่เก่ง จะทำได้ไหม?”
ทำได้ค่ะ
ภาพประกอบบางเล่มของผู้เขียนเองก็ทำแบบง่าย ๆ มือแข็งบ้าง เส้นไม่สวยบ้าง เพราะไม่ได้วาดหรือเพนต์ภาพอยู่ตลอดเวลา สอนคนอื่นหรืออธิบายหลักการได้ แต่พอลงมือทำเองก็ไม่ได้สวยเป๊ะทุกครั้งเหมือนกัน
แต่เมื่อชิ้นงานสำเร็จเป็นหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม ความรู้สึกภูมิใจนั้นเต็มร้อยจริง ๆ
เพราะฉะนั้นในช่วงเริ่มต้น อย่าเพิ่งกังวลว่าจะต้องทำให้สวยที่สุด
ทำให้เสร็จก่อน แล้วค่อยทำให้ดีขึ้นในเล่มต่อ ๆ ไป
ใครจะมองว่าชิ้นงานของเราไม่สวยก็ช่างค่ะ เรารู้ว่าตัวเองกำลังเรียนรู้อะไรจากมันก็พอ
การทำหนังสือทั่วไป กับการทำเพื่อประกวด แตกต่างกันอย่างไร
จุดนี้สำคัญมากค่ะ
หากเราทำหนังสือเล่มเล็กเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นกิจกรรมในชั้นเรียน หรือทำเป็นงานอดิเรก เราค่อนข้างมีอิสระในการออกแบบ จะทำเล่มใหญ่ เล่มเล็ก กี่หน้า ใช้กระดาษแบบใด วาดภาพแบบไหน หรือเข้าเล่มอย่างไร ก็เลือกได้ตามวัตถุประสงค์ของเรา
แต่เมื่อเป็น การประกวดแข่งขัน จะมี “เกณฑ์” เข้ามากำหนด
เหตุผลก็เพราะการแข่งขันจำเป็นต้องมีกรอบเดียวกัน เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ว่า ภายใต้เวลา วัสดุ เงื่อนไข และข้อกำหนดเดียวกัน ทีมใดสามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีที่สุด
ดังนั้นคำว่า “สวย” เพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ
จากประสบการณ์ที่เคยพบในการแข่งขันระดับสูง บางทีมทำหนังสือออกมาสวยมาก เนื้อหาก็ดี แต่คะแนนไม่เป็นไปตามที่คาด เพราะชิ้นงานบางส่วนไม่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด
นี่จึงเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกสอนควรศึกษาให้ละเอียดก่อนเริ่มฝึกเด็ก
การแข่งขันหนังสือเล่มเล็กไม่ได้แข่งแค่ฝีมือ
การแข่งขันลักษณะนี้โดยทั่วไปเป็นการแข่งขันแบบทีม โดยเด็กต้องร่วมกันสร้างหนังสือขึ้นมาภายในเวลาที่กำหนด
นั่นหมายความว่าเด็กไม่ได้ใช้เพียงความสามารถด้านการเขียนหรือการวาดเท่านั้น แต่ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน
คิดเรื่อง วางโครงเรื่อง เขียนเรื่อง ออกแบบหน้า วาดภาพ ระบายสี ตรวจสอบเนื้อหา ทำปก และประกอบเป็นหนังสือให้เสร็จภายในเวลา
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องฝึกจึงมีทั้ง
ฝีมือ + ความแม่นยำ + การบริหารเวลา + การแบ่งงาน + การทำงานเป็นทีม
ผู้ฝึกสอนจึงมีบทบาทสำคัญมากในการมองให้ออกว่าเด็กแต่ละคนถนัดอะไร
ใครคิดเรื่องได้เร็ว
ใครเขียนภาษาได้ดี
ใครวาดภาพเร็ว
ใครลงสีสวย
ใครละเอียดและตรวจงานเก่ง
ไม่จำเป็นว่าเด็กทุกคนต้องเก่งเหมือนกันทั้งหมด แต่ต้องทำงานร่วมกันให้ได้
อย่าฝึกเฉพาะ “ทำให้สวย”
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ การฝึกเด็กเพื่อแข่งขันไม่ควรเริ่มจากการเร่งให้เด็กทำภาพสวยที่สุดเพียงอย่างเดียว
เพราะในสนามจริง ต่อให้เด็กวาดภาพสวยมาก แต่คิดเรื่องไม่ออก แบ่งหน้าไม่ได้ เขียนเรื่องไม่ทัน หรือบริหารเวลาไม่เป็น งานก็อาจไม่เสร็จ
เด็กจึงควรได้ฝึกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบซ้ำ ๆ
ตั้งแต่ได้รับหัวข้อ → ตีความโจทย์ → ระดมความคิด → วางโครงเรื่อง → ทำ Storyboard → เขียนเนื้อหา → วาดภาพ → ลงสี → ทำปก → เข้าเล่ม → ตรวจงาน
เมื่อกระบวนการเหล่านี้เริ่มเป็นระบบ เด็กจะทำงานได้คล่องขึ้นเอง
เรื่องขนาดกระดาษ จำนวนหน้า และการเข้าเล่ม
หลายคนมักถามว่า
หนังสือต้องขนาดเท่าไร?
ต้องมีกี่หน้า?
ปกแข็งหรือปกอ่อน?
ใช้วัสดุอะไรได้บ้าง?
ตัดกระดาษขนาดไหน?
พับอย่างไร?
เข้าเล่มแบบไหน?
คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับหนังสือทำมือทุกเล่มค่ะ เพราะมีตัวแปรทั้งชนิดของกระดาษ จำนวนหน้า เทคนิคการเข้าเล่ม และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
หากเป็นการแข่งขัน ต้องยึด เกณฑ์ของรายการและปีที่แข่งขันนั้นเป็นหลัก
ส่วนตัวอย่างที่นำมาเสนอในบทความชุดนี้ จะใช้เพื่ออธิบายหลักการและเป็นแนวทางในการฝึก ไม่จำเป็นต้องยึดขนาดทุกอย่างตามตัวอย่างทั้งหมด
เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ เรียนรู้แต่ละส่วนไปทีละขั้นค่ะ
ก่อนลงสนาม ต้องเข้าใจก่อนว่าเรากำลังฝึกอะไร
การทำหนังสือด้วยมือสด ๆ ภายในเวลาจำกัด ทั้งคิดเรื่อง เขียนเรื่อง วาดภาพ ลงสี และทำรูปเล่มให้เสร็จ ไม่ใช่งานง่ายเลยค่ะ
ยิ่งเด็กที่ผ่านการแข่งขันมาแต่ละระดับ พวกเขาต้องผ่านการฝึกซ้ำแล้วซ้ำอีกมาไม่น้อย
ดังนั้นการแข่งขันอาจมีผู้ชนะเพียงไม่กี่ทีม แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมที่ไม่ได้รางวัลทำงานไม่ดี
การแข่งขันเป็นเพียงการพิจารณาว่า ในวันนั้น ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ใครสามารถทำผลงานได้ดีที่สุด
สิ่งสำคัญกว่ารางวัล คือทักษะที่เด็กได้ติดตัวกลับไปจากกระบวนการทั้งหมด
ภาพรวมขั้นตอนการทำหนังสือเล่มเล็ก
ก่อนจบบทแรก ลองมองภาพรวมกันก่อนค่ะว่า จากกระดาษเปล่าไปจนกลายเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม เราจะต้องผ่านอะไรบ้าง
- โจทย์หรือหัวข้อ
- ตีความและหาแนวคิดของเรื่อง
- วางโครงเรื่อง
- สร้าง Storyboard
- กำหนดจำนวนหน้าและแบ่งเนื้อหาแต่ละหน้า
- เขียนเรื่องและตรวจภาษา
- ออกแบบภาพประกอบ
- วาดภาพและลงสี
- ออกแบบและทำปก
- ประกอบและเข้าเล่ม
- ตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ
ไม่ต้องรีบทำทุกอย่างพร้อมกันค่ะ
บทความชุดนี้จะค่อย ๆ แยกแต่ละขั้นออกมาให้เห็นชัด ๆ เพื่อให้สามารถนำไปลองทำเอง หรือนำไปใช้ฝึกเด็กได้ง่ายขึ้น
บทต่อไป : เริ่มต้นด้วย Storyboard
เมื่อรู้แล้วว่าหนังสือเล่มเล็กหนึ่งเล่มต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ขั้นต่อไปเราจะยังไม่รีบวาดภาพสวย ๆ และยังไม่ต้องรีบเขียนเรื่องยาวค่ะ
เราจะเริ่มจากสิ่งที่ช่วยให้เห็นหนังสือทั้งเล่มก่อนที่จะลงมือทำจริง นั่นคือ
Storyboard
Storyboard จะช่วยให้เรารู้ว่าเรื่องเริ่มตรงไหน ดำเนินอย่างไร จบอย่างไร แต่ละหน้าควรมีอะไร ภาพไหนควรอยู่ตรงไหน และเนื้อหาควรแบ่งอย่างไร
สำหรับการฝึกแข่งขัน ส่วนนี้ยิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเวลามีจำกัด การคิดไปทำไปโดยไม่มีแผนอาจทำให้งานสะดุดและเสียเวลาได้มาก
บทที่ 2 เราจะมาลองสร้าง Storyboard หนังสือเล่มเล็กแบบง่าย ๆ กันค่ะ
จากกระดาษไม่กี่แผ่น เราจะค่อย ๆ ทำให้มันกลายเป็นหนังสือหนึ่งเล่มไปด้วยกัน
คลิก >> บทที่ 2 วิธีทำ Storyboard หนังสือเล่มเล็ก พร้อมตัวอย่างแบบง่าย
* ปรับปรุงจากบทความเดิม: เพิ่มรายละเอียด จัดลำดับขั้นตอน และปรับภาพประกอบให้อ่านง่ายยิ่งขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ใช้คำสุภาพนะคะ