สมุดบันทึกกับคนรักเขียน 2
เมื่อหน้ากระดาษไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
ต่อจากเรื่องของการเลือกสมุดบันทึกสำหรับคนรักการเขียน เมื่อเราได้สมุดทำมือสวย ๆ มาสักเล่ม โดยเฉพาะเล่มที่ตั้งใจเลือกหรือมีราคาสูงกว่าสมุดทั่วไป ความรู้สึกแรกก็มักจะคล้ายกัน
อยากเก็บมันให้สวย อยากเขียนให้เรียบร้อย และอยากให้ทุกหน้าดูดีตั้งแต่ต้นจนจบ
เปิดหน้าแรกขึ้นมาก็ตั้งใจว่าจะเขียนด้วยลายมือที่ดีที่สุด เว้นบรรทัดให้พอดี ไม่ขีดฆ่า ไม่เขียนผิด ไม่ทำหมึกเลอะ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้สมุดทั้งเล่มยังคงความสวยเหมือนวันที่เพิ่งซื้อมา
แต่พอเขียนไปได้สักพัก ความจริงก็มักไม่เป็นเช่นนั้น
บางวันลายมือสวย บางวันรีบจนแทบอ่านไม่ออก บางหน้ามีลูกศรโยงไปมา บางบรรทัดถูกขีดทับ และบางครั้งพื้นที่ว่างข้างข้อความก็เต็มไปด้วยเส้น รูปเล็ก ๆ หรืออะไรก็ตามที่มือเผลอวาดลงไปในระหว่างที่กำลังคิด
แล้ววันหนึ่งเราอาจเปิดสมุดขึ้นมาดูและคิดว่า
“ทำไมมันไม่สวยเหมือนที่ตั้งใจไว้เลย”
ลายมือไม่สวย ไม่ได้ทำให้ความคิดมีค่าน้อยลง
นี่อาจเป็นกับดักเล็ก ๆ ของคนที่ชอบสมุดสวย ๆ
เมื่อเราให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยมากเกินไป จากสมุดที่ควรเป็นพื้นที่สำหรับความคิด กลับกลายเป็นพื้นที่ที่เราต้องระมัดระวังทุกครั้งก่อนลงมือเขียน
พอเขียนผิดก็หงุดหงิด
พอลายมือไม่สวยก็ไม่อยากเขียน
พอหน้าหนึ่งเลอะ ก็รู้สึกว่าสมุดทั้งเล่มไม่สวยเสียแล้ว
ท้ายที่สุดอาจกลายเป็นว่า เรามีสมุดที่สวยมาก แต่ไม่กล้าใช้มัน
ทั้งที่คุณค่าที่แท้จริงของสมุดบันทึกไม่ได้อยู่ที่ทุกหน้าจะต้องสวยเหมือนงานจัดแสดง แต่อยู่ที่สิ่งซึ่งถูกเก็บเอาไว้ในนั้นต่างหาก
ความคิดบางอย่างเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที หากมัวแต่กังวลว่าจะเขียนอย่างไรให้สวย ความคิดนั้นอาจหายไปก่อนที่ปลายปากกาจะสัมผัสกระดาษเสียอีก
บางครั้งมือก็เดินเร็วกว่าความเรียบร้อย
คนที่เขียนเป็นประจำคงคุ้นเคยกับช่วงเวลาที่ความคิดมาเร็วมาก
เมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ มือก็รีบจดทันที ประโยคหนึ่งนำไปสู่อีกประโยคหนึ่ง คำบางคำถูกขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ มีลูกศรลากไปยังอีกมุมหนึ่งของหน้า และพื้นที่ว่างก็อาจถูกเติมด้วยรูปเล็ก ๆ ที่วาดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
บางภาพดูน่ารัก บางภาพอาจไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
แต่สิ่งเหล่านั้นก็คือ ร่องรอยของกระบวนการคิด
หน้ากระดาษจึงไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ของตัวหนังสือที่เรียงเป็นระเบียบเพียงอย่างเดียว มันอาจเป็นพื้นที่ของคำ เส้น รูปทรง สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ลูกศร หรือข้อความสั้น ๆ ที่มีเพียงเจ้าของสมุดเท่านั้นที่เข้าใจ
บางครั้งกลับมาอ่านอีกที ลายมือของตัวเองก็แทบจะต้องถอดรหัส แต่แปลกตรงที่เมื่อมองเห็นข้อความเหล่านั้น เรามักจำได้ว่า ตอนที่เขียน เรากำลังคิดอะไรอยู่
สมุดที่ผ่านการใช้งาน ไม่ใช่สมุดที่สกปรก
รอยหมึกที่ซึมไปอีกหน้า รอยขีดฆ่า มุมกระดาษที่ยับเล็กน้อย หรือหน้าที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือ ไม่ได้ทำให้สมุดเล่มนั้นหมดคุณค่า
ตรงกันข้าม สิ่งเหล่านี้กำลังบอกว่า สมุดเล่มนั้นถูกใช้จริง
จากสมุดเปล่าที่เหมือนกับสมุดอีกนับร้อยนับพันเล่ม มันค่อย ๆ กลายเป็นสมุดเพียงเล่มเดียวในโลก เพราะไม่มีใครสามารถเขียนความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ และร่องรอยแบบเดียวกับเราไว้ในนั้นได้อีก
ยิ่งเวลาผ่านไป คุณค่าของสมุดบางเล่มจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาตอนซื้อ แต่อยู่ที่สิ่งซึ่งค่อย ๆ ถูกเติมลงไปทีละหน้า
อย่าบังคับทุกหน้าให้สมบูรณ์แบบ
ถ้าวันหนึ่งอยากเขียนสวย ๆ ก็เขียนให้สวย
ถ้าวันหนึ่งมีเวลาแต่งหน้า ใส่ภาพ วาดรูป หรือติดกระดาษเล็ก ๆ ลงไป ก็ทำได้ตามใจ
แต่ถ้าวันไหนความคิดกำลังไหลมาเร็วเสียจนไม่มีเวลาสนใจว่าลายมือจะสวยหรือไม่ ก็เขียนมันลงไปก่อน
อย่าปล่อยให้ความต้องการความสมบูรณ์แบบกลายเป็นสิ่งที่ขวางระหว่างความคิดกับหน้ากระดาษ
เพราะสมุดบันทึกไม่จำเป็นต้องสวยทุกหน้า
และลายมือของเราก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนตัวพิมพ์
บางหน้าสวย บางหน้ายุ่ง บางหน้ามีเพียงประโยคเดียว ขณะที่บางหน้าเต็มจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งหมดสามารถอยู่ในสมุดเล่มเดียวกันได้
ปล่อยให้สมุดเติบโตไปพร้อมกับเจ้าของของมัน
แล้วอีกสามวัน สามเดือน หรืออีกหลายปี เมื่อเปิดกลับมาอ่าน บางทีสิ่งที่ทำให้เรายิ้มอาจไม่ใช่หน้าที่เขียนได้สวยที่สุด
แต่อาจเป็นหน้าที่เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า ลายมือที่แทบอ่านไม่ออก และข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า
ครั้งหนึ่ง...เราเคยคิด เคยรู้สึก และเคยเป็นคนแบบนี้อยู่จริง ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ใช้คำสุภาพนะคะ