บริหารเวลา 6 ชั่วโมง และตรวจงานก่อนส่ง
การแข่งขันหนังสือเล่มเล็กมีเวลาจำกัด ตั้งแต่ได้รับหัวข้อ คิดเรื่อง วางโครงเรื่อง ทำ Storyboard เขียนเนื้อหา วาดภาพ ระบายสี ไปจนถึงประกอบเล่มและตรวจความเรียบร้อย ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นภายในเวลาที่กำหนด
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องฝึกไม่ใช่แค่ให้เด็ก "ทำหนังสือเป็น" แต่ต้องฝึกให้ ทำงานเป็นระบบภายใต้เวลาจริง ด้วย
จากประสบการณ์ของฉัน การบริหารเวลาไม่ได้เริ่มในวันแข่งขัน แต่เริ่มตั้งแต่วันที่เราซ้อมเด็ก
ซ้อมอย่างไร วันแข่งก็ทำอย่างนั้น
ช่วงแรกของการฝึก เรายังไม่ต้องจับเวลาเข้มงวดมาก เพราะเด็กกำลังเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ อยู่ แต่เมื่อเด็กทำได้และเข้าใจกระบวนการทั้งหมดแล้ว ฉันจะเริ่มให้ซ้อมจับเวลาเสมือนแข่งจริง
เด็กต้องรู้ว่า 6 ชั่วโมงไม่ได้แปลว่ามีเวลาทำงานเต็ม ๆ แล้วค่อยตรวจตอนท้าย เพราะภายในเวลานั้นมีงานหลายขั้นตอนมาก
อ่านโจทย์ → คิดเรื่อง → วางโครง → ทำ Storyboard → เขียน → วาด → ระบายสี → ประกอบเล่ม → ตรวจงาน → ส่ง
ตอนซ้อม ครูจึงควรจับเวลาดูด้วยว่าแต่ละขั้นตอนใช้เวลาประมาณเท่าไร จุดไหนเด็กทำได้เร็ว จุดไหนมักติดขัด และขั้นตอนไหนกินเวลามากกว่าที่คิด ยิ่งซ้อมหลายครั้งเท่าไร เราจะยิ่งเห็น "เวลาจริงของทีม" ชัดขึ้น และปรับแผนให้เหมาะกับเด็กสามคนนั้นได้
อย่ากำหนดเวลาจากสูตรเพียงอย่างเดียว
เด็กแต่ละทีมไม่เหมือนกัน บางทีมคิดเรื่องเร็วแต่วาดช้า บางทีมเขียนเร็วแต่ระบายสีนาน บางทีมทำทุกอย่างได้ดีแต่เสียเวลาตอนประกอบเล่ม
การแบ่งเวลาที่ดีที่สุดจึงควรมาจาก ข้อมูลที่เราเห็นระหว่างการซ้อม ครูอาจกำหนดกรอบเวลาคร่าว ๆ ให้ในช่วงแรก แต่พอฝึกหลายครั้งแล้วควรปรับตามความสามารถจริงของทีม
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเหลือเวลาสำหรับประกอบเล่มและตรวจงาน อย่าทุ่มเวลาไปกับการทำภาพให้สวยจนเหลือเวลาแค่ไม่กี่นาทีสำหรับขั้นตอนสุดท้าย เพราะหนังสือที่วาดสวยมากแต่เลขหน้าผิด มีคำผิด หน้าสลับ หรือประกอบไม่เรียบร้อย ถือเป็นความเสียหายที่น่าเสียดายมาก
พื้นที่ทำงานก็มีผลต่อเวลา
เรื่องหนึ่งที่ดูเล็กแต่มีผลมากคือ "พื้นที่" ตอนซ้อม เด็ก ๆ มักต้องการพื้นที่อิสระ เพราะเมื่อกางกระดาษ Storyboard สี อุปกรณ์วาดภาพ หนังสือ และวัสดุต่าง ๆ เต็มโต๊ะ พื้นที่ก็เริ่มไม่พอ บางคนจึงหามุมของตัวเองบนโต๊ะ บางคนขยับไปอีกมุมเพื่อวางงานได้เต็มที่
ตรงนี้ครูควรปล่อยให้เด็กเรียนรู้การจัดพื้นที่ของตัวเองด้วย เพราะสนามแข่งแต่ละแห่งจัดสถานที่ไม่เหมือนกัน บางแห่งมีโต๊ะให้แต่เล็กหรือแคบกว่าที่เคยซ้อม บางแห่งต้องเตรียมโต๊ะญี่ปุ่นหรืออุปกรณ์บางอย่างไปเอง เมื่อพื้นที่บนโต๊ะไม่พอ เด็กก็ต้องแก้ปัญหาตามสภาพที่ได้รับ เช่น ขยับงานบางส่วนลงด้านล่าง หรือใช้พื้นที่ใต้โต๊ะจัดเก็บอุปกรณ์เท่าที่กติกาเอื้ออำนวย
ดังนั้นอย่าฝึกเด็กเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสมบูรณ์ตลอดเวลา เด็กที่จัดการพื้นที่เป็น จะเสียเวลาหาของน้อยลง และทำงานต่อเนื่องกว่า
ทำไป เก็บไป
อีกเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญคือความสะอาดและความเป็นระเบียบของพื้นที่ทำงาน ไม่ควรปล่อยให้เศษกระดาษ ดินสอ สี ยางลบ กบเหลาดินสอ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ กองเต็มโต๊ะแล้วคิดว่าค่อยเก็บทีเดียวตอนเสร็จ
วิธีที่ดีกว่าคือ ทำไป เก็บไป
- เศษกระดาษเกิดขึ้นก็ทิ้ง
- อุปกรณ์ใช้เสร็จก็วางกลับตำแหน่ง
- สีที่ไม่ได้ใช้แล้วก็เก็บ
- งานที่เสร็จแล้วแยกออกจากพื้นที่ทำงาน
- ของที่กำลังใช้วางไว้ในตำแหน่งที่หยิบง่าย
ควรมีถุงหรือถังขยะอยู่ใกล้มือ เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อม และควรมีผ้าสำหรับเช็ดมือให้เด็กด้วย โดยเฉพาะเมื่อทำงานกับสี ความสะอาดของมือสำคัญมาก มือที่เปื้อนแล้วไปจับกระดาษอาจทำให้งานที่ทำมาหลายชั่วโมงเสียได้ในไม่กี่วินาที
การเก็บไปพร้อมกับทำจึงไม่ใช่เรื่องเสียเวลา ตรงกันข้าม มันช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาด
อย่ารอให้เสร็จทั้งเล่มแล้วค่อยตรวจ
การตรวจงานควรเกิดขึ้นตลอดกระบวนการ
เขียนข้อความเสร็จหนึ่งส่วนก็ตรวจ ทำหน้าหนึ่งเสร็จก็ดูความเรียบร้อย เรียงหน้าก็ตรวจลำดับ ก่อนประกอบเล่มตรวจอีกครั้ง และเมื่อหนังสือเสร็จสมบูรณ์ก็ต้องมีการตรวจรอบสุดท้าย
วิธีนี้ช่วยลดปัญหาการพบข้อผิดพลาดใหญ่ตอนใกล้หมดเวลา โดยเฉพาะก่อนประกอบเล่ม ฉันมองว่าเป็นจุดที่ควรหยุดตรวจอย่างจริงจัง เพราะเมื่อประกอบไปแล้ว การแก้ไขบางอย่างจะยากขึ้นทันที
ก่อนส่ง ต้องตรวจอะไรบ้าง
เมื่อหนังสือเสร็จแล้ว ไม่ควรรีบส่งทันทีแม้เวลาจะเหลือน้อย ควรกันเวลาช่วงสุดท้ายไว้เปิดตรวจทั้งเล่มอย่างเป็นระบบ
ตรวจตั้งแต่หน้าปกไปจนถึงหน้าสุดท้ายว่า องค์ประกอบครบหรือไม่ เนื้อเรื่องครบตามที่วางไว้หรือไม่ ภาพกับเนื้อหาสัมพันธ์กันหรือไม่ มีคำผิดหรือข้อความตกหล่นหรือไม่ เลขหน้าถูกต้องและเรียงลำดับหรือไม่ มีหน้าสลับหรือไม่ สีหรือรอยเปื้อนส่วนไหนต้องเก็บเพิ่ม และการตัด พับ ประกอบ หรือเข้าเล่มเรียบร้อยหรือไม่
ถ้าเด็กสามคนตรวจพร้อมกันโดยไม่มีระบบ บางครั้งทุกคนจะมองจุดเดียวกันแล้วพลาดสิ่งเดียวกันหมด จึงควรแบ่งกันตรวจ เช่น คนหนึ่งตรวจข้อความและคำผิด อีกคนตรวจลำดับหน้าและองค์ประกอบ อีกคนตรวจภาพ สี และความเรียบร้อยของตัวเล่ม แล้วค่อยช่วยกันเปิดดูทั้งเล่มอีกครั้งก่อนส่ง
หกชั่วโมงที่ดี ไม่ใช่หกชั่วโมงที่ทำงานจนวินาทีสุดท้าย
การบริหารเวลาที่ดีไม่ใช่การทำให้เด็กรีบตลอดการแข่งขัน แต่คือการฝึกจนเด็กรู้ว่า ช่วงไหนควรเร็ว ช่วงไหนควรละเอียด และเมื่อไรต้องหยุดงานบางอย่างเพื่อไปขั้นตอนต่อไป
เด็กที่ฝึกมาดีพอจะเริ่มรู้จังหวะของทีมตัวเอง เมื่อคนหนึ่งช้า อีกคนเข้าไปช่วย เมื่อพื้นที่เริ่มรกก็จัดเสียก่อน เมื่อขั้นตอนหนึ่งใช้เวลามากเกินไปก็รู้ว่าต้องลดรายละเอียดบางอย่าง และเมื่อใกล้ถึงเวลาที่กำหนด ทุกคนรู้ว่าต้องหยุดสร้างเพิ่มแล้วเข้าสู่ขั้นตอนตรวจและเก็บงาน
สิ่งเหล่านี้เกิดจากการซ้อมซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน เพราะในวันแข่งขันจริง เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้ทั้งหมดว่าโต๊ะจะกว้างแค่ไหน พื้นที่เป็นอย่างไร หรือจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่เราฝึกให้เด็ก รู้จักเวลา รู้จักพื้นที่ รู้จักงาน และรู้จักทีมของตัวเอง ได้
เมื่อทั้งสี่อย่างนี้ทำงานร่วมกัน หกชั่วโมงก็ไม่ใช่แค่เวลาที่ต้องแข่งกับนาฬิกา แต่เป็นเวลาที่เด็กจัดการได้อย่างมีระบบ ตั้งแต่ได้รับโจทย์จนถึงวินาทีที่วางหนังสือเล่มสมบูรณ์ลงเพื่อส่งงาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ใช้คำสุภาพนะคะ